วันจันทร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนประจำวันพุธ ที่ 15 มีนาคม 2560

Lesson 8



 Knowledge:



  • เทคนิคการเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีสำหรับการเป็นผู้บริหาร



ความหมายของบุคลิกภาพ

                บุคลิกภาพภายนอก สามารถสังเกตเห็นหรือสัมผัสได้ด้วยประสาททั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้โดยการฝึกเลียนแบบ และสามารถวัดผลได้ทันที บุคลิกภาพภายนอกที่สำคัญที่สุด คือ บุคลิกภาพทางกายและวาจา 

บุคลิกภาพภายใน  บุคลิกภาพที่ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เป็นส่วนที่สัมผัสได้ค่อนข้างยากและต้องใช้เวลาในการสัมผัส

สาเหตุที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพ คือความท้อถอย
บุคลิกภาพที่ไม่สร้างสรรค์และอยู่ภายในตัวตนแล้วทำให้ความเป็นคนๆ นั้นไม่สมบูรณ์ ได้แก่ความท้อถอยแม้ว่าเป็นประโยคสั้นๆ แต่ถ้าอาการนี้ถ้าเกิดขึ้นกับใครแล้ว อาการนี้จะเข้ามาทำลายความสมดุลในตัวเรา เข้ามาแทรกในความรู้สึกนึกคิดทำให้พลังและศักยภาพของเราลดน้อยลงกว่าครึ่ง ในเรื่องความท้อถอยมักเกิดขึ้นกับบุคคลที่อยู่ในช่วงอายุ 20-40 ปี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบุคคลในช่วงอายุอื่นจะไม่มีความท้อ บางท่านอาจเกิดอาการท้อเป็นช่วงๆ บางท่านโชคดีไม่รู้จักความท้อ 

ความท้อถอยสามารถสังเกตได้จากอาการ 3 ลักษณะ คือ

1. ลักษณะของความท้อถอยทางด้านอารมณ์ หรือ ความอ่อนล้าทางอารมณ์ ได้แก่ความรู้สึกเบื่อหน่าย ความอ่อนล้า หมดเรี่ยวหมดแรง เกิดความเครียด ความคับข้องใจ ไม่สบอารมณ์   
2. ลักษณะของความท้อถอยที่เกิดจากสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น ได้แก่ ลักษณะของบุคคลที่ไม่สนใจในพฤติกรรมของใครๆ ไม่ยินดียินร้าย ใครจะทักก็ช่าง ใครไม่ทักก็ช่าง ไม่ใส่ใจพฤติกรรมของคนอื่น มีเจตคติและแนวคิดที่ไม่ดีต่อคนอื่น มองคนอื่นในแง่ร้าย 
3. ลักษณะของความท้อถอยที่เกิดจากการไม่ประสบความสำเร็จในการทำงานของคนบางท่านอาจจะรู้สึกเองว่าตนเองไร้ความสามารถ การทำงานล้มเหลว งานไม่สมกับที่ตั้งใจไว้ บุคคลกลุ่มนี้จะมองคุณค่าของตนเองต่ำ

แนวทางและวิธีการในการแก้ไขอาการท้อถอย

1. ทุกสิ่งทุกอย่างต้องแก้ไขที่ตัวเราเองเท่านั้น 
2. อย่าเป็นคนตั้งความหวัง ความปรารถนาที่สูงสุดเอื้อม 
3. สร้างเจคติเรื่องงานใหม่ให้ท่านคิดว่า 
“งานคือชีวิต ชีวิตคืองานบันดาลสุขทำงานให้สนุกเป็นสุขเมื่อทำงาน”
4. มองหาจุดมุ่งหมายในชีวิตใหม่ 

ครูกับการพัฒนาตน

. ครูควรพัฒนาตนเองใน 2 ลักษณะคือ

1. การพัฒนาตนเองในด้านวิชาชีพ เพื่อการประกอบวิชาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้แก่
- การพัฒนาในด้านความรู้
- การพัฒนาในด้านเทคโนโลยี
- การพัฒนาในด้านคุณลักษณะกับเจตคติ
2. การพัฒนาตนในด้านการเป็นสมาชิกของสังคม เพื่อการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 
- การรู้จักตนเองและการเข้าใจตนเอง
- การสำรวจตนเอง
- การปรบปรุงตนเองในด้าน การพัฒนาบุคลิกภาพภายนอก – ภายใน การพัฒนาลักษณะนิสัยที่ดี การพัฒนามนุษยสัมพันธ์ การพัฒนาการเรียนรู้


หลักและวิธีเสริมสร้างบุคลิกภาพ

การยืน เดิน นั่งเป็นส่วนสำคัญที่บอกถึงบุคลิกภาพของแต่ละบุคคลอิริยาบถคือการเดิน ยืน นั่ง เปิด-ปิดประตู ขึ้นลงรถ อย่างถูกต้องสวยงาม  
การรู้จักทำตัวให้เข้ากับบุคคล สถานที่ และเวลา อย่างถูกต้องถือว่ามีมารยาททางสังคมที่ดี เช่น การรู้จักกราบไหว้ที่ถูกวิธี และถูกกาลเทศะ 
การรู้จักธรรมเนียมของชาวต่างชาติ การปฏิบัติตนในงานเลี้ยงต่างๆการไปเยี่ยมคนป่วยการมอบดอกไม้แสดงความยินดีหรือให้ผู้อาวุโส เป็นต้น  
บางครั้งเราอาจจะต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ และอาจเกิดอะไรขึ้นกับเราได้ทุกวินาทีนั้น เราต้องพร้อมเสมอที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ในลักษณะที่พร้อม คือไม่ตกใจ ดีใจ เสียใจ กลัว เกินกว่าเหตุ สามารถควบคุมท่าทางของตนเองได้เป็นอย่างดี

การพัฒนาบุคลิกภาพด้านความรู้สึกนึกคิด


ความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ถ้ามีความรู้สึกนึกคิดในด้านดี
ไม่มองคนในแง่ร้ายจิตใจก็เป็นสุข ไม่มีความกังวล ดังนั้นจึงควรพัฒนาบุคลิกภาพด้านความรู้สึกนึกคิดดังนี้
 1.  มีความเชื่อมั่นในตนเองในการกระทำในสิ่งต่าง ๆ
  2.  มีความซื่อสัตย์ กระทำตนให้ผู้อื่นเชื่อถือเรา แล้วความไว้วางใจจะตามมา มีเรื่องสำคัญเขาก็จะให้เราทำ
 3.  มีความสามารถที่จะทำสิ่งเหล่านั้น ให้เหมาะสมกับผู้ที่มอบหมายไว้วางใจให้เราทำ
 4.  มีความกระตือรือร้น ที่อยากจะทำ เตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ
 5.  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักปรับปรุงงานอยู่เสมอ
 6.  มีความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามต้องมีความห่วงใยจะต้องทำให้เสร็จทันตามกำหนดเวลา   7.  มีความรอบรู้                    
 8.  ห่วงตัวเอง เติมชีวิตให้กับตัวเอง
 9.  มีความจำแม่น                 
10.   วางตัวเหมาะสมกับกาลเทศะ


Apply:  
  • ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงเทคนิคการปฏิบัติตัวการพัฒนาบุคคลิกภาพเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติการเป็นผู้บริหารที่ดีและมีประสิทธิภาพ
Evaluation: 

 Teacher :  
  • เข้าสอนตรงเวลา อธิบายเนื้อหาได้ละเอียดชัดเจนตรงตามเนื้อหาที่เรียน 
   Friends:  
  • เข้าเรียนตรงต่อเวลา  แต่งกายเรียบร้อย  มีการเตรียมการนำเสนอมาอย่างดี
 Self:  
  • เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย


วันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนประจำวันพุธ ที่ 8 มีนาคม 2560

Lesson 7



 Knowledge:


  • นำเสนอคำคม
นางสาวปัณฑิตา  คล้ายสิงห์




นางสาวชนากานต์ แสนสุข






นางสาวสุจิตรา  มาวงษ์


นางสาวภัทรวรรณ  หนูแก้ว

นางสาวศุทธินี  โนนริบูรณ์
















  • นำเสนอวิจัยที่เกี่ยวข้องการบริหาร  (งานกลุ่ม )
กลุ่มที่ 1  วิจัยเรื่อง  ความเป็นผู้บริหารมือชีพของมหาบัณฑิต 


สาขาวิชาการบริหารสถานศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

 ผู้วิจัย    อัญชลี พิมพ์พจน์   ปีการศึกษา   2553



วัตถุประสงค์ของการวิจัย 
1. เพื่อศึกษาความเป็นผู้บริหารมืออาชีพของมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา  คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ใน 9 ด้าน คือ ด้านการบริหารงานวิชาการ ด้านการบริหารงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการประกันคุณภาพการศึกษา ด้านการบริหารการประชาสัมพันธ์และความสัมพันธ์ชุมชน  ด้านการบริหารกิจการนักเรียน ด้านการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านวิจัยทางการศึกษา  ด้านคุณธรรมและจริยธรรม ตามความคิดเห็นของมหาบัณฑิตและผู้ร่วมงานขิงมหาบัณฑิต
2. เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของมหาบัณฑิตและผู้ร่วมงานของมหาบัณฑิตในความเป็นผู้บริหารมืออาชีพ ของมหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา   มหาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จำแนกตามสถานภาพ หน่วยงานที่สังกัดและปีที่สำเร็จการศึกษา

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.  มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์การใช้ศาสตร์และศิลป์ในการบริหารการศึกษา
อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล สอดคล้องกับบริบททางวัฒนธรรม และระบบ
คุณค่าแห่งสังคมไทยโดยรวม ท้องถิ่นและชุมชน
2.  เป็นนักบริหารมืออาชีพที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ก้าวทันมิติแห่งการเปลี่ยนแปลง
3.  มีความรู้ความสามารถในการศึกษาค้นคว้าและวิจัย เพื่อประโยชน์ต่อการบริหาร
การศึกษาให้บรรลุผล และมีความรู้ความสามารถในการศึกษาค้นคว้า สามารถนําเอา
ทฤษฎีหรือผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาหรือพัฒนาการบริหารการศึกษา
4.  มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการทํางาน
5.  มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพ และมีคุณธรรมจริยธรรม

กลุ่มที่ 2  วิจัยเรื่่อง การศึกษาสมรรถนะการบริหารด้านวิชาการระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษา ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตภาษีเจริญ

วัตถุประสงค์ของการวิจัย 


1. เพื่อศึกษาสมรรถนะการบริหารงานวิชาการระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของครูในโรงเรียนประถมศึกษา ในสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตภาษีเจริญ ในด้านการจัดการการเรียนรู้ การพัฒนาหลักสูตร การนิเทศ และการส่งเสริมการวิจัย
2. เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะการบริหารงานวิชาการระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครูในโรงเรียนประถมศึกษา ในสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตภาษีเจริญ ในด้านการจัดการการเรียนรู้ การพัฒนาหลักสูตร การนิเทศ และการส่งเสริมการวิจัยจำแนกตามตัวแปรประสบการณ์สอนและขนาดของโรงเรียน
3. เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสมรรถนะการบริหารงานวิชาการระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตภาษีเจริญ

สะท้อนองค์ความรู้ที่ได้จากวิจัย

สมรรถนะการบริหารด้านวิชาการระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครูปฐมวัยโดยรวมครูปฐมวัยที่มีประสบการณ์สอนต่างกันมีความคิดเห็นต่อ สมรรถนะการบริหารด้านวิชาการระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษา ด้านการจัดการเรียนรู้ และด้านการพัฒนาหลักสูตรโดยครูที่มีประสบการณ์สอน 5 ปีขึ้นไปมีสมรรถนะการบริหารงานวิชาการมากกว่าครูที่มีประสบการณ์สอนต่ำกว่า 5 ปี การปฏิบัติงานในโรงเรียนขนาดต่างกันมีความคิดเห็นต่อสมรรถนะการบริหารด้านวิชาการระดับปฐมวัยของผู้บริหารสถานศึกษา



กลุ่มที่ 3 วิจัยเรื่อง การบริหารแบบมีส่วนร่วมที่ส่งผลประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนระดับปฐมวัย    การศึกษาระดับ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต   มหาวิทยาลัยศิลปกร
ผู้วิจัยนางสาวกัญวัญญ์  ธารีบุญ   ปีการศึกษา 2557



วัตถุประสงค์ของการวิจัย 


1. เพื่อทราบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนระดับปฐมวัย
2. เพื่อทราบประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีมของผู้บริหารศาสตร์ศึกษาเอกชนระดับปฐมวัย
3. เพื่อทราบการบริหารแบบมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนระดับปฐมวัย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ


  1. การบริหารแบบมีส่วนร่วมจะช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จ
  2. เพื่อให้บุคลากรรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญในหน้าที่ของตน และรู้สึกว่าตนเองมีค่าต่อทีมเสมอ
  3. เกิดการยอมรับ และสร้างความมั่นใจในคุณค่าของการทำงานเป็นทีม และรู้สึกว่าตนเองมีค่าต่อทีมเสมอ และแสดงความสามารถมากขึ้น
  4. ส่งผลให้องค์การมีโอกาสก้าวหน้าในงาน เกิดความรู้สึกภูมิใจในความสำเร็จ จะช่วยจูงใจให้เกิดการเสียสละ อุทิศตนในงาน
  5. โรงเรียนเอกชนระดับปฐมวัยสามารถนำงานวิจัยชิ้นนี้ไปพัฒนาโรงเรียนของตนเองได้



Apply:  
  • ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงวิจัยต่างๆที่เกี่ยวกับการบริหารเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติการเป็นผู้บริหารที่ดีและมีประสิทธิภาพ
Evaluation: 

 Teacher :  
  • เข้าสอนตรงเวลา อธิบายเนื้อหาได้ละเอียดชัดเจนตรงตามเนื้อหาที่เรียน 
   Friends:  
  • เข้าเรียนตรงต่อเวลา  แต่งกายเรียบร้อย  มีการเตรียมการนำเสนอมาอย่างดี
 Self:  
  • เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย

วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนประจำวันพุธ ที่ 1 มีนาคม 2560

Lesson 6



 Knowledge:


  • การวิเคราะห์เชิงปฏิบัติ (swot  analysis  workshop)









  • S    คือ  จุดแข็ง
  1. งานที่เราถนัดทำแล้วมีความสุข
  2. งานโดดเด่นที่ชุมชนชื่นชอบ
  3. อะไรที่ชุมชนมีความต้องการให้เราทำซ้ำอีก
  4. ทรัพยากรและเครื่องมือที่เรามีความพร้อม
  • W   คือ  จุดอ่อน
  1. งานที่เราทำแล้วไม่สบายใจ
  2. ความต้องการที่จะรับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานหรือทักษะบางอย่างที่เรายังไม่มั่นใจ
  3. ขาดทรัพยากรในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย

  • O    คือ โอกาส
  1. โอกาสที่กำลังจะเกิดขึ้น ที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ
  2. มีเครื่องมือใหม่ที่ได้รับการสนับสนุุน
  3. มีช่องว่างทางการตลาดที่เรามองเห็น
  4. เครือข่ายมีศักยภาพทำให้งานสำเร็จง่ายขึ้น

  • T    คือ  อุปสรรค
  1. ใครคือคู่แข่งที่ทำได้ดีกว่าเรา ความขัดข้องที่จะเกิดจากเราเอง

  • ทำแบบทดสอบ SWOT  และการยอมรับตนเอง







Apply:  
  • ทำให้เราได้เรียนรู้ความคิด ความรู้สึกของตัวเองและจากความคิดเห็นของบุคคลรอบข้างที่มองเห็นสิ่งต่างๆในตัวเรา ทำให้เรานำไปเป็นข้อพิจารณาและพัฒนา แก้ไขตัวเองในด้านต่างๆให้เหมาะสมและดียิ่งขึ้น


Evaluation: 

 Teacher :  
  • เข้าสอนตรงเวลา อธิบายเนื้อหาได้ละเอียดชัดเจนตรงตามเนื้อหาที่เรียน 
   Friends:  
  • เข้าเรียนตรงต่อเวลา  แต่งกายเรียบร้อย  มีการเตรียมการนำเสนอมาอย่างดี
 Self:  
  • เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนประจำวันพุธ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560

Lesson 5



 Knowledge:


  • นำเสนองานกลุ่ม
กลุ่มที่ 6 เรื่อง ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย


คือ ศูนย์เลี้ยงดูเด็กเล็กให้เจริญเติบโตและมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม 

และสติปัญญาที่สมบูรณ์






กลุ่มที่ 7 เรื่อง ศูนย์เด็กเล็ก  





ความหมายของศูนย์เด็กเล็ก

 สถานที่ดำเนินการรับเลี้ยงเด็กอายุตำ่กว่า 6 ปี จำนวนตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป โดยผู้ดำเนินการมิใช่ญาติกับเด็กซึ่งอาจมีคำเรียกแตกต่างกันไป เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์รับเลี้ยงเด็กก่อนเกณฑ์และ
สถานรับเลี้ยงเด็กเป็นต้น ความมุ่งหมายของการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กน่าอยู่เพื่อเป็นการยกระดับพื้นฐานชีวิตและความเป็นอยู่ของเด็กปฐมวัยในศูนย์เด็กเล็กทุกคนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี


กลุ่มที่ 8 เรื่อง ชั้นเตรียมประถม




โรงเรียนชั้นเตรียมประถม คือ?


เด็กมีสิทธิ์เริ่มเข้าชั้นเตรียมประถม เมื่อมีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป ชั้นเตรียมประถม เป็นการศึกษาอีกประเภทหนึ่ง ที่นำกิจกรรมสร้างสรรค์ และการเล่นเพื่อการเรียนรู้มาใช้เป็นส่วนใหญ่

ชั้นเตรียมประถมมีลักษณะเป็นอย่างไร ?

      ชั้นเตรียมประถม เป็นการศึกษาเชื่อมต่อจากชั้นอนุบาลไปสู่การศึกษาภาคบังคับหรือขั้นพื้นฐาน โดยจะผสมผสานรูปแบบการดำเนินงานและวิธีการ ระหว่างโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนขั้นพื้นฐานเข้าด้วยกัน





Apply:  
  • เป็นองค์ความรู้พื้นฐานในการเรียนรายวิชาการบริหารสถานศึกษา และทำให้รู้ถึงหลักของการจัดการศึกษาในแต่ละสถานศึกษาที่แตกต่างกันออกไป




Evaluation: 

 Teacher :  
  • เข้าสอนตรงเวลา อธิบายเนื้อหาได้ละเอียดชัดเจนตรงตามเนื้อหาที่เรียน 
   Friends:  
  • เข้าเรียนตรงต่อเวลา  แต่งกายเรียบร้อย  มีการเตรียมการนำเสนอมาอย่างดี
 Self:  
  • เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย

บันทึกการเรียนประจำวันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560

Lesson 4



 Knowledge:



  • นำเสนอคำคม

นางสาวเปมิกา  ชุติมาสวรรค์






นางสาวกรกช  เดชประเสริฐ




นางสาวจรีพร เฉลิมจาน




นางสาวกมลรัตน์  มาลัย




นางสาวปรางชมพู  บุญชม



  • นำเสนองานกลุ่ม

กลุ่มที่1  เรื่อง สถานศึกษาประเภท โรงเรียนอนุบาล Kindergerten














รูปแบบของโรงเรียนอนุบาล







กลุ่มที่2 เรื่อง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ก่อนเกณฑ์ของสถาบันศาสนา


  • ศาสนาพุทธ   เช่น   ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดศรีบุญเรือง




 ประวัติของศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดศรีบุญเรือง


          ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดศรีบุญเรือง ก่อตั้งโดย พระครูศรีปริยัติคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง เมื่อปีพุทธศักราช 2525 เนื่องในโอกาสฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบรอบ 200 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมแก่เด็กตั้งแต่ปฐมวัย และอนุเคราะห์เด็กในชุมชนรอบวัดศรีบุญเรืองได้มีโอกาสเข้าศึกษาในระดับปฐมวัย




หลักการของศูนย์





              ให้การศึกษาพัฒนา เด็กในทุกๆ ด้าน เตรียมความพร้อม เรียนรู้ทักษะ วิชาต่างๆ ด้วยการบูรณาการผสมผสานและการทำกิจกรรมต่างๆ  เด็กจะได้รับการฝึกฝนในการสร้างจิตใจที่ดีงามจนกลายเป็นนิสัยที่ดีต่อไปในอนาคต เด็กจะได้รับการพัฒนาทั้งร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา

    • ศาสนาอิสลาม  เช่น   ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ มัสยิดอัลกอบาตีน บ้านคลองเตาะ


    ประโยชน์ที่ได้รับจากการตั้งศูนย์เด็ก

    - พัฒนาเด็กอายุ 3 - 4 ปี ให้มีศักยภาพและความพร้อมทั้ง 4 ด้าน อันได้แก่ ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

    -  เตรียมตัวเด็กในการที่จะเข้าศึกษาต่อในระบบโรงเรียน หรือศึกษาภาคบังคับ โดยเน้นความพร้อมในการช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวันเบื้องต้น

      - ช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง และเพื่อเป็นสวัสดิการพื้นฐานในเรื่องการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย

         - เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ในเรื่องการพัฒนาเด็กปฐมวัย

         - บางครั้งเป็นแหล่งสืบทอดวัฒนธรรมชุมชนขั้นพื้นฐาน

    • ศาสนาคริสต์  เช่น   
      สถานรับเลี้ยงเด็กรักนิรันดร์เนอสเซอรี่



    สถานรับเลี้ยงเด็กรักนิรันดร์เนอสเซอรี่มีภารกิจจัดและส่งเสริมการศึกษาระดับปฐมวัยในปีงบประมาณ 2558 ได้กำหนดการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ดังนี้

      ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาสถานรับเลี้ยงเด็กให้ได้มาตรฐานในการบริหารจัดการตามมาตรฐานศูนย์เด็กเล็กแห่งชาติ
    ยุทธศาสตร์ที่ 2 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
    ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาเด็กให้มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานศูนย์เด็กแห่งชาติ


    กลุ่มที่3 เรื่อง สถานรับเลี้ยงเด็ก Nursery



     เนอร์สเซอรี่ เป็นคำทับศัพท์มาจากคำภาษาอังกฤษว่า NURSERY สามารถเขียนเป็นภาษาไทยได้หลายแบบ เช่น เนอร์สเซอรี่   เนอสเซอรี่   เนิสเซอรี่  ซึ่งคำว่า NURSERY ในภาษาอังกฤษมีความหมายหนึ่งว่า Baby’s Room (ห้องเลี้ยงเด็ก)   แต่เรานำมาใช้กับ สถานที่รับเลี้ยงดูเด็กเล็กก่อนวัยอนุบาล ซึ่งเราสามารถเรียกว่าเป็น “สถานรับเลี้ยงเด็ก”  โดยส่วนใหญ่จะรับเลี้ยงดูเด็กเล็กอายุแรกเกิดถึง 3 ขวบ แต่บางแห่งอาจรับเฉพาะในระดับ 2-3 ขวบ คือระดับ “เตรียมอนุบาล” และบางแห่งอาจรับดูแล
    เด็กอายุแรกเกิดถึง 6 ขวบ (เตรียมประถม)

    วิธีเลือกเนอร์สเซอรี่

    1.เลือกเนอร์สเซอรี่ใกล้ เดินทางได้สะดวก
    2.สุขอนามัยสะอาดในเนอร์สเซอรี่
    3.ระบบความปลอดภัย
    4.สุขภาพของเด็กในเนอร์สเซอรี่
    5.บุคลากรในเนอร์สเซอรี่
    6.แนวทางการดูแลเด็กในเนอร์สเซอรี่
    7.ค่าใช้จ่ายในเนอร์สเซอรี่

    กลุ่มที่ 4 เรื่อง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน






    สถานที่ ที่บิดา มารดา นำเด็กมาฝากเลี้ยงไว้เฉพาะกลางวัน เป็นศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนที่ตั้งอยู่ในชุมชน ในวัด หรือ ศูนย์สงเคราะห์เด็กในอาคาร เป็นสถานศึกษาที่ให้การอบรมเลี้ยงดู จัดประสบการณ์และส่งเสริมพัฒนาการ การเรียนรู้ให้เด็กเล็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 – 5 ปี ให้มีความพร้อม ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา


    กลุ่มที่5 เรื่อง ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก

    สถานที่รับเลี้ยงเด็กและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกินหกปีบริบูรณ์และมีจำนวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป ซึ่งเด็กไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติกับเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานพยาบาลหรือโรงเรียนของรัฐและเอกชน (พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546)


    งานบริการศูนย์



    1.การเลี้ยงดู เตรียมความพร้อมด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา ให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัย และศักยภาพของเด็ก
    2. ตรวจประเมินการเจริญเติบโตรวมทั้งพัฒนาการของเด็กอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
    3. ให้คำแนะนำในด้านสุขภาพการป้องกันโรคการดูแล และแนวทางในการเลี้ยงดูบุตร แก่ บิดา มารดา
    4. ให้คำแนะนำแก่มารดาที่มีปัญหาเกี่ยวกับการให้นมบุตร การพัฒนาการและสุขภาพเด็ก โดยผู้เชี่ยวชาญจากคลินิกเลี้ยงลูกด้วยนมแม่



    Apply:  
    • เป็นองค์ความรู้พื้นฐานในการเรียนรายวิชาการบริหารสถานศึกษา และทำให้รู้ถึงหลักของการจัดการศึกษาในแต่ละสถานศึกษาที่แตกต่างกันออกไป




    Evaluation: 

     Teacher :  
    • เข้าสอนตรงเวลา อธิบายเนื้อหาได้ละเอียดชัดเจนตรงตามเนื้อหาที่เรียน 
       Friends:  
    • เข้าเรียนตรงต่อเวลา  แต่งกายเรียบร้อย  มีการเตรียมการนำเสนอมาอย่างดี
     Self:  
    • เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายเรียบร้อย